POSTNEWS ONLINE กรมศุลกากรคุมเข้ม! รวบหนุ่มตุรกีคาสุวรรณภูมิ ซุกโคคาอีนในถุงกาแฟ-ช็อกโกแลตกว่า 12 กก. มูลค่ากว่า 36 ล้านบาท

     กรมศุลกากรคุมเข้ม! รวบหนุ่มตุรกีคาสุวรรณภูมิ ซุกโคคาอีนในถุงกาแฟ-ช็อกโกแลตกว่า 12 กก. มูลค่ากว่า 36 ล้านบาท


     กรมศุลกากรเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มข้น ล่าสุดจับกุมผู้โดยสารชายสัญชาติตุรกี ลักลอบนำเข้าโคคาอีนกว่า 12 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 36 ล้านบาท ซุกซ่อนอำพรางในถุงกาแฟและบรรจุภัณฑ์ช็อกโกแลต ขณะเดินทางจากสหพันธ์สาธารณรัฐบราซิลมายังประเทศไทย


     นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ภายใต้นโยบายเร่งด่วนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ได้กำหนดให้การป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเป็นวาระสำคัญของประเทศ โดยมอบหมายให้กรมศุลกากรบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ในการยกระดับการสกัดกั้นยาเสพติดตั้งแต่ต้นทาง ชายแดน และด่านศุลกากร เพื่อปกป้องประชาชนและสร้างความมั่นคงให้กับประเทศ


     เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 กรมศุลกากร โดยกองสืบสวนและปราบปรามร่วมกับชุดปฏิบัติการสกัดกั้นยาเสพติดผ่านท่าอากาศยาน (Airport Interdiction Task Force : AITF) ได้ตรวจค้นสัมภาระของผู้โดยสารชายสัญชาติตุรกี ซึ่งเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติเซาเปาโล-กัวรูลฮอส สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล ผลการตรวจค้นพบโคคาอีน ซุกซ่อนอยู่ภายในถุงกาแฟและบรรจุภัณฑ์ช็อกโกแลต น้ำหนักรวมประมาณ 12 กิโลกรัม มูลค่าราว 36 ล้านบาท ซึ่งโคคาอีนจัดเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 ที่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อร่างกายและระบบประสาท การเสพอาจก่อให้เกิดการเสพติดอย่างรวดเร็ว เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ ภาวะหลอดเลือดสมอง ความผิดปกติทางจิต และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ดังนั้นการลักลอบนำเข้าหรือส่งออกยาเสพติดดังกล่าวเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการกระจายในกลุ่มประชาชน ถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และประมวลกฎหมายยาเสพติด ผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 15 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,500,000 บาท จึงได้ตรวจยึดของกลางและควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลสู่เครือข่ายผู้ร่วมกระทำผิดต่อไป

     อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2568 – 25 มิ.ย. 2569 กรมศุลกากรได้ตรวจยึดและจับกุมคดียาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทรวม 214 คดี ผู้ต้องหา 53 ราย คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 692 ล้านบาท โดยสามารถตรวจยึด เมทแอมเฟตามีน (Methamphetamine) หรือยาไอซ์ ได้เป็นอันดับหนึ่งทั้งในด้านคดี ปริมาณ และมูลค่า และช่องทางที่ตรวจพบการกระทำความผิดมากที่สุด คือการขนส่งทางพัสดุไปรษณีย์และพัสดุเร่งด่วน โดยคิดเป็นร้อยละมากถึง 76.6 ของคดีทั้งหมด นอกจากนี้ ยังพบแนวโน้มการลักลอบนำเข้าวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทชนิดใหม่ เช่น ZOPICLONE (ยานอนหลับ) และเอโทมิเดต เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 


     ซึ่งหากนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพและส่งผลกระทบต่อประชาชน นับเป็นภัยอันตรายในรูปแบบใหม่ที่ต้องให้ความสำคัญและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง


 กรมศุลกากรจึงได้ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ ด้วยการนำเทคโนโลยีเครื่องสแกน และสุนัขตรวจค้น (K-9) มาใช้ประกอบการคัดกรองและตรวจพัสดุอย่างเข้มงวดมากขึ้น มุ่งเน้นการบูรณาการข่าวกรอง เทคโนโลยีและความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ และบูรณาการสอบสวนขยายผลการจับกุม ในทุก ๆ กรณี เพื่อสกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้เข้าสู่ประเทศ ตัดวงจรเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติและขอเน้นย้ำประชาชนให้หลีกเลี่ยงการเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาททุกประเภท และสามารถร่วมกันแจ้งเบาะแส เมื่อพบเห็นการกระทำความผิด เพื่อร่วมกันปกป้องสังคมไทยจากภัยยาเสพติดอย่างยั่งยืน

ความคิดเห็น