POSTNEWS ONLINE กมธ.กฎหมายฯ วุฒิสภา ถกสื่อทีวี หามาตรการสกัดการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมผ่านสื่อออนไลน์
กมธ.กฎหมายฯ วุฒิสภา ถกสื่อทีวี หามาตรการสกัดการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมผ่านสื่อออนไลน์ ชี้ช่องว่างกฎหมายควบคุมอินฟลูเอนเซอร์วิเคราะห์คดีการเขียน
คณะอนุกรรมาธิการการกฎหมาย ในคณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา เชิญผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ชั้นนำเข้าร่วมหารือแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมผ่านรายการโทรทัศน์และสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมชี้ให้เห็นถึงช่องว่างทางกฎหมายในการกำกับดูแลการวิเคราะห์คดีผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่อาจส่งผลกระทบต่อสิทธิของบุคคลและกระบวนการยุติธรรม
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม 405 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา นายเศก จุลเกษร ประธานคณะอนุกรรมาธิการการกฎหมาย ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยได้เชิญผู้แทนจากสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 สถานีโทรทัศน์ช่องวัน 31 สถานีโทรทัศน์ GMM 25 และสถานีโทรทัศน์อัมรินทร์ทีวี เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเสนอแนวทางในการกำกับดูแลการนำเสนอข่าวสารและเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับคดีความและกระบวนการยุติธรรม
การประชุมมุ่งเน้นการพิจารณามาตรการป้องกัน ควบคุม และกำกับดูแลด้านจริยธรรมของผู้ดำเนินรายการ ผู้สื่อข่าว ผู้ให้สัมภาษณ์ และบุคคลที่สื่อสารต่อสาธารณชนผ่านสื่อโทรทัศน์และสื่อออนไลน์ เพื่อไม่ให้การนำเสนอข้อมูลส่งผลกระทบต่อสิทธิของบุคคล สังคม และกระบวนการยุติธรรม
จากการศึกษาและรับฟังข้อมูล พบว่าในปัจจุบันมีการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับผู้ต้องหาและคดีที่อยู่ในความสนใจของสังคมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ อาทิ Facebook และ X (Twitter) อย่างรวดเร็ว ซึ่งแม้จะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ทันเหตุการณ์ แต่ก็อาจก่อให้เกิดปัญหาด้านการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล รวมถึงการละเลยหลักจริยธรรมวิชาชีพสื่อมวลชน
นอกจากนี้ ยังพบแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของรายการวิเคราะห์ข่าวที่เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมาร่วมแสดงความคิดเห็น รวมถึงการเกิดขึ้นของอินฟลูเอนเซอร์และผู้สร้างเนื้อหาบนสื่อออนไลน์ที่นำเสนอการวิเคราะห์พยานหลักฐานหรือแสดงความคิดเห็นในลักษณะชี้นำคดี ซึ่งอาจส่งผลต่อทัศนคติของสังคมและกระบวนการพิจารณาคดี ขณะที่ภาครัฐยังไม่มีกฎหมายเฉพาะในการกำกับดูแลประเด็นดังกล่าวอย่างชัดเจน
คณะอนุกรรมาธิการฯ เห็นว่าช่องว่างทางกฎหมายและข้อจำกัดในการบังคับใช้มาตรการทางจริยธรรมกับบุคคลที่ไม่ได้เป็นสมาชิกองค์กรวิชาชีพสื่อ อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การควบคุมการนำเสนอข้อมูลที่อาจกระทบต่อกระบวนการยุติธรรมยังไม่เกิดประสิทธิภาพเท่าที่ควร อีกทั้งมาตรการลงโทษที่มีอยู่ในปัจจุบันยังขาดความเข้มงวดเพียงพอในการสร้างแรงจูงใจให้เกิดการปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม
ทั้งนี้ คณะอนุกรรมาธิการการกฎหมายจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมหารือเพิ่มเติม เพื่อรวบรวมข้อมูลและข้อคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ก่อนจัดทำรายงานพร้อมข้อสังเกตและข้อเสนอแนะเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสมและเป็นรูปธรรมต่อไป



ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น